อาการเจ็บคอเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ฤดูฝน หรือฤดูหนาว หลายคนมักรู้สึกระคายเคืองบริเวณลำคอ กลืนน้ำลายแล้วรู้สึกเจ็บ หรือมีเสียงแหบแห้ง จนทำให้การใช้ชีวิตประจำวันลำบากและไม่สะดวกสบาย ดังนั้นการเลือกใช้ยาแก้เจ็บคอที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบยามารับประทาน
สาเหตุของอาการเจ็บคอที่ควรรู้
สาเหตุของอาการเจ็บคอนั้นมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่การติดเชื้อไวรัสจากไข้หวัดธรรมดา การติดเชื้อแบคทีเรียอย่างเชื้อสเตรปโตค็อกคัส ไปจนถึงสาเหตุที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อเลย เช่น อากาศแห้ง การสูบบุหรี่ การใช้เสียงมากเกินไป หรือภาวะกรดไหลย้อน ซึ่งในแต่ละกรณีนั้นการรักษาก็แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อยาแก้เจ็บคอมาใช้เอง ควรสังเกตอาการร่วมและพิจารณาหาสาเหตุที่แท้จริงให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะการรักษาที่ตรงจุดย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการเดาสุ่มเลือกยามารับประทานโดยไม่มีความรู้ที่เพียงพอ
ประเภทของยาแก้เจ็บคอในท้องตลาด
ยาแก้เจ็บคอที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบันนั้นมีหลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นยาอมแก้เจ็บคอที่มีส่วนผสมของสารระงับปวดและชาเฉพาะที่ เช่น เบนโซเคนหรือลิโดเคน ซึ่งช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในลำคอได้อย่างรวดเร็ว หรือยาพ่นคอที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงบริเวณที่อักเสบได้โดยตรง เพราะละอองยาสามารถกระจายตัวไปทั่วลำคอได้ดีกว่าการอม นอกจากนี้ยังมียาน้ำบ้วนปากที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บคอจากการติดเชื้อในช่องปาก และยาแก้เจ็บคอแบบรับประทานที่มีส่วนผสมของยาแก้อักเสบหรือยาลดไข้ร่วมด้วย ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นมีข้อบ่งใช้และความเหมาะสมที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของอาการและความรุนแรงของโรค
เมื่อใดควรใช้ยาปฏิชีวนะ และเมื่อใดไม่ควร
ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยมากในหมู่ประชาชนทั่วไปคือความเชื่อที่ว่าการเจ็บคอทุกครั้งจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะเสมอ แต่ความจริงแล้วการเจ็บคอส่วนใหญ่กว่าร้อยละแปดสิบนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาแก้เจ็บคอประเภทยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาเชื้อไวรัสแต่อย่างใด ยาปฏิชีวนะจะได้ผลก็ต่อเมื่อสาเหตุของการเจ็บคอเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น เช่น คออักเสบจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ ที่มักแสดงอาการเจ็บคออย่างรุนแรง มีไข้สูง ต่อมทอนซิลบวมแดง และมีจุดหนองสีขาวบนทอนซิล ดังนั้นการพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและยืนยันสาเหตุก่อนรับยาปฏิชีวนะจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง
วิธีดูแลตนเองร่วมกับการใช้ยาแก้เจ็บคอ
นอกจากการใช้ยาแก้เจ็บคอแล้ว การดูแลตนเองอย่างถูกต้องและเหมาะสมก็มีส่วนช่วยเร่งการฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น การดื่มน้ำอุ่นในปริมาณมากเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในลำคอตลอดเวลา การหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของเผ็ด หรืออาหารแข็งที่อาจระคายเคืองเยื่อบุลำคอ การพักเสียงและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายมีเวลาซ่อมแซมตัวเอง รวมถึงการบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นวันละสองถึงสามครั้ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่าสามารถช่วยลดการอักเสบและกำจัดเชื้อโรคในช่องปากและลำคอได้จริง
ข้อควรระวังและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์
แม้ว่ายาแก้เจ็บคอหลายชนิดจะหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่ก็มีข้อควรระวังสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่าหกปีที่ไม่ควรใช้ยาอมที่มีสารชาเฉพาะที่ เพราะอาจเป็นอันตรายได้หากกลืนยาลงไปมากเกินไป และสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาชนิดอื่นอยู่ก็ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเลือกซื้อยาแก้เจ็บคอมาใช้เองเสมอ ที่สำคัญหากอาการเจ็บคอไม่ดีขึ้นภายในห้าถึงเจ็ดวัน มีไข้สูงต่อเนื่อง กลืนน้ำลายแทบไม่ได้ หรือมีอาการหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์โดยทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรงกว่าการเจ็บคอธรรมดามาก และการรักษาที่ล่าช้าอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้ https://greaterpharma.com/